ทุกวันนี้เราแทบจะทำทุกอย่างผ่านหน้าจอ ตั้งแต่จดนัดหมาย บันทึกงาน ประชุม ไปจนถึงเก็บไอเดียสำคัญไว้ในโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ แอปจดบันทึกมีให้เลือกมากมายและสามารถค้นหาข้อมูลย้อนหลังได้ภายในไม่กี่วินาที แต่ท่ามกลางความสะดวกเหล่านี้ สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่บนโต๊ะทำงานของคนจำนวนไม่น้อยก็คือ “สมุดโน้ต”
คำถามที่น่าสนใจคือ ในเมื่อเรามีเครื่องมือดิจิทัลที่รวดเร็วกว่ามากแล้ว ทำไมสมุดเล่มเล็ก ๆ กับปากกาหนึ่งด้ามจึงยังไม่หายไปไหน?
การเขียนด้วยมือให้ประสบการณ์ที่ต่างจากการพิมพ์
การพิมพ์เหมาะอย่างยิ่งกับงานที่ต้องการความรวดเร็ว การแก้ไข และการจัดเก็บข้อมูลจำนวนมาก แต่การเขียนด้วยมือมีจังหวะที่ต่างออกไป เพราะเราไม่สามารถเขียนทุกคำได้เร็วเท่ากับการพิมพ์ จึงมักต้องเลือกว่าจะจดอะไร ย่อความอย่างไร และเรียบเรียงสิ่งที่ได้ยินหรือคิดออกมาเป็นภาษาของตัวเอง
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Psychological Science เคยพบว่า ในการทดลองกับนักศึกษา ผู้ที่จดบันทึกด้วยแล็ปท็อปมีแนวโน้มจดเนื้อหาแบบคำต่อคำมากกว่า ขณะที่การจดด้วยมือทำให้ต้องประมวลและเรียบเรียงข้อมูลมากขึ้น แม้ผลของการจดบันทึกจะขึ้นอยู่กับรูปแบบการเรียนรู้และวิธีใช้งานของแต่ละคน แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า “การเขียน” และ “การพิมพ์” ไม่ได้ให้ประสบการณ์เหมือนกันเสียทีเดียว
พื้นที่เล็ก ๆ ที่ไม่มี Notification มารบกวน
ข้อดีอีกอย่างของสมุดโน้ตคือความเรียบง่ายครับ เปิดสมุดขึ้นมาแล้วเขียนได้ทันที ไม่มีข้อความเด้ง ไม่มีอีเมลเข้ามาขัดจังหวะ และไม่มีความรู้สึกว่าเพียงเปิดแอปจดบันทึกแล้วจะต้องเผลอไปเปิดโซเชียลมีเดียต่อ
สำหรับบางคน สมุดจึงไม่ได้ใช้เพียงจดข้อมูล แต่เป็นพื้นที่สำหรับคิด ใช้วางแผนงาน ร่างแนวคิด เขียน To-do List จดสิ่งที่ต้องติดตาม หรือวาดแผนผังความคิดแบบอิสระ จะเขียนตรงไหน ขีดเส้น ล้อมกรอบ หรือโยงลูกศรไปมาอย่างไรก็ได้โดยไม่ต้องเลือกเครื่องมือจากเมนูใด ๆ
ความไม่เป็นระเบียบแบบนี้กลับมีเสน่ห์ เพราะบางครั้งไอเดียดี ๆ ไม่ได้เริ่มต้นจากหน้ากระดาษที่จัดรูปแบบไว้เรียบร้อย แต่อาจเริ่มจากคำเพียงคำเดียวที่ถูกวงกลมเอาไว้ตรงมุมกระดาษ
คุณค่าสมุดโน้ตเป็นสิ่งที่เก็บ “ร่องรอยของเวลา”
ไฟล์ดิจิทัลสามารถเก็บข้อมูลได้นานและเป็นระบบ แต่สมุดมีคุณค่าอีกแบบหนึ่ง เมื่อเปิดกลับไปดูหน้าที่เขียนไว้เมื่อหลายเดือนหรือหลายปีก่อน เราจะพบทั้งลายมือ รอยขีดฆ่า วันที่ บันทึกสั้น ๆ หรือความคิดบางอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น มันจึงเป็นมากกว่าอุปกรณ์สำนักงาน เพราะสามารถกลายเป็นบันทึกของโครงการหนึ่ง การเดินทางหนึ่งครั้ง ช่วงเวลาการทำงาน หรือแม้แต่ช่วงหนึ่งของชีวิตได้
นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่แม้เทคโนโลยีจะพัฒนาไปไกล สมุดไดอารี่และสมุดโน้ตก็ยังคงเป็นของขวัญที่พบเห็นได้เสมอ เพราะเป็นสิ่งของที่ผู้รับสามารถหยิบมาใช้ต่อได้จริง และยิ่งใช้นานก็ยิ่งมีเรื่องราวของตัวเองเพิ่มขึ้น
จากสมุดธรรมดา สู่ของขวัญที่สะท้อนตัวตนขององค์กร
เมื่อสมุดถูกนำมาใช้เป็นสินค้าพรีเมี่ยม รายละเอียดของงานออกแบบจึงมีความสำคัญมากขึ้น ตั้งแต่วัสดุของปก สี สัมผัส รูปแบบ ไปจนถึงการวางโลโก้ เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถทำให้สมุดธรรมดากลายเป็นของขวัญที่สะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้
IMMAS Design มีบริการออกแบบและผลิตสมุดโน้ตและสมุดไดอารี่สำหรับการใช้งานและเป็นของพรีเมี่ยมสำหรับองค์กร โดยมีรูปแบบวัสดุหลากหลาย เช่น ปกหนัง ปกผ้าไหม ปกผ้าขาวม้า และปกผ้ามัดย้อม รวมถึงสามารถทำโลโก้บนสินค้าได้
จุดน่าสนใจของสมุดในฐานะของขวัญองค์กรจึงไม่ได้อยู่เพียงว่า “ให้แล้วใช้ได้” แต่ยังอยู่ที่การออกแบบให้เข้ากับบุคลิกของแบรนด์และโอกาสที่มอบ เมื่อผู้รับหยิบสมุดขึ้นมาใช้ โลโก้หรือรายละเอียดบนปกก็กลับมาอยู่ในสายตาอีกครั้งอย่างเป็นธรรมชาติ
ยุคดิจิทัลไม่ได้ทำให้สมุดหมดความหมาย
เราไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างกระดาษกับดิจิทัล เพราะทั้งสองอย่างสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว งานที่ต้องค้นหา แชร์ หรือแก้ไขร่วมกันอาจเหมาะกับระบบดิจิทัล ส่วนการระดมความคิด จดสิ่งสำคัญ วางแผนประจำวัน หรือบันทึกเรื่องราวบางอย่าง สมุดและปากกาก็ยังให้ประสบการณ์ที่เทคโนโลยีทดแทนได้ไม่เหมือนทั้งหมด
บางทีคุณค่าของสมุดโน้ตในวันนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ความทันสมัย แต่อยู่ที่ความเรียบง่ายของมันต่างหาก เปิดหน้าใหม่ หยิบปากกาขึ้นมา แล้วเริ่มเขียนได้ทันที และบางครั้ง ไอเดียที่ดีที่สุดก็อาจเริ่มต้นจากกระดาษว่างเพียงหนึ่งหน้าครับ